มหาวิทยาลัยขอนแก่น วางพวงมาลา เนื่องในวันมหิดล ประจำปี2562
Tue 24 Sep. 2019

                มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล ที่ปรึกษา รักษาการแทน อธิการบดี พร้อมด้วย อาจารย์ณัฐสมล ธนกุลรังสฤษดิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ และบุคลากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมวางพวงมาลาน้อมเกล้าฯ รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลเดชวิกรม พระบรมราชชนก “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย” เนื่องในวันมหิดล วันที่ 24 กันยายน 2562

                ภายในงานได้รับกียรติจาก นายศรัทธา คชพลายุกต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยบรรดาหัวหน้าส่วนราชการ คณาจารย์ แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางด้านสาธารณสุข นักศึกษา และประชาชนทุกหมู่เหล่า พร้อมนำกล่าวถวายสดุดีพระเกียรติคุณ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลเดชวิกรม พระบรมราชชนก ณ บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

                สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก  ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 29ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า  ทรงพระราชสมภพ เมื่อวันศุกร์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือนยี่ ปีเถาะ ตรงกับวันที่ 1 มกราคม พุทธศักราช 2434 เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ได้เสด็จไปศึกษาต่อระดับมัธยม ณ ประเทศอังกฤษ  และศึกษาวิชาทหาร ณ ประเทศเยอรมัน  หลังจากทรงสำเร็จการศึกษาวิชาทหารแล้ว ได้เข้ารับราชการในกองทัพเรือ

                ในส่วนงานการแพทย์และสาธารณสุขนั้น เริ่มจากการทรงทราบถึงปัญหาสภาพความยากลำบากของประชาชนที่เจ็บป่วย  การขาดแคลนแพทย์และปัญหาการจัดการศึกษาของโรงเรียนแพทย์  จึงทรงตัดสินพระทัยศึกษาเพิ่มเติมวิชาแพทย์และสาธารณสุข โดยเสด็จไปทรงศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งระหว่างที่ทรงศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษานี้ ได้ทรงเป็นผู้แทนรัฐบาลไทยในการเจรจาทำความตกลงกับมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ เพื่อขอรับทุนสนับสนุนปรับปรุงโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลในประเทศไทยเพื่อให้ได้มาตรฐานสากลพระองค์ทรงเป็นแพทย์ที่เป็นแบบอย่างของครูที่ดีเยี่ยมเปี่ยมด้วยพระจริยวัตรที่งดงามกอปรด้วยพระเมตตาธรรม ตระหนักถึงความสำคัญของการพยาบาล และการสาธารณสุขว่าเป็นสาขาวิชาที่สำคัญควบคู่กับวิชาชีพแพทย์ ดังที่ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้เป็นทุนการศึกษา วิจัย รวมถึงการสร้างอาคาร ทรงสวรรคตเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2472 รวมพระชนมายุ 37 พรรษา 8 เดือน 23 วัน

                ด้วยพระเกียรติคุณและพระมหากรุณาธิคุณอย่างอเนกอนันต์โดยเฉพาะในการวางรากฐานและพัฒนากิจการด้านการแพทย์ การพยาบาล และการสาธารณสุขให้มีความเจริญรุดหน้าทัดเทียมอารยประเทศสืบมาจวบจนปัจจุบัน คณะแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการสาธารณสุข จึงพร้อมใจกันถวายพระสมัญญานามแด่พระองค์ว่า “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย” พร้อมทั้งกำหนดให้วันที่ 24กันยายนของทุกปี เป็น “วันมหิดล” เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข พสกนิกรชาวไทย ได้น้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ พระเมตตาคุณแห่งพระองค์สืบไป


ข่าว/ภาพ: บริพัตร ทาสี