มข.ชู 2 นวัตกรรมสุดล้ำ ลดผลกระทบมลภาวะสิ่งแวดล้อม ต่อสุขภาพคนไทย
Thu 14 Mar. 2019

         วันนี้ (14 มีนาคม พ.ศ. 2562) เวลา 13.00 น. กองบริหารงานวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดงานนักวิจัยพบสื่อมวลชน ภายใต้ “โครงการนวัตกรรมเพื่อเฝ้าระวังและลดผลกระทบของมลภาวะสิ่งแวดล้อมต่อสุขภาพ” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธี และมีรศ.นพ.ชาญชัย  พานทองวิริยกุล รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น  กล่าวต้อนรับ รศ.พญ.ศิริรัตน์  อนุตระกูลชัย หัวหน้าโครงการป้องกันและชะลอโรคไตเรื้อรังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(Chronic Kidney Disease Prevention in the Northeast of Thailand: CKDNET) และโครงการนวัตกรรมเพื่อเฝ้าระวังและลดผลกระทบของมลภาวะสิ่งแวดล้อมต่อสุขภาพ  พลอากาศเอกสุรศักดิ์  มีมณี คณะที่ปรึกษาสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ  (สทป.) และผู้บริหารองค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งสื่อมวลชนร่วมงานจำนวนมาก ณ ห้องประชุม auditorium อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
        รศ.นพ.ชาญชัย  พานทองวิริยกุล รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นมีพันธกิจมุ่งมั่นผลิตบัณฑิต เผยแพร่งานวิชาการ สร้างองค์ความรู้ใหม่และผลิตนวัตกรรมด้วยงานวิจัย สู่สังคม โดยเฉพาะ นวัตกรรมทั้ง 2 โครงการ ได้แก่ นวัตกรรม เซนเซอร์ตรวจสอบฝุ่น PM 2.5 และนวัตกรรมโดรน หรืออากาศยานไร้คนขับ ตรวจสอบสภาพแหล่งน้ำ ภายใต้โครงการ โครงการนวัตกรรมเพื่อเฝ้าระวังและลดผลกระทบของมลภาวะสิ่งแวดล้อมต่อสุขภาพ ซึ่งจะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวอีสานและชาวไทยได้อย่างยั่งยืน
       ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวเปิดงาน จังหวัดขอนแก่นมุ่งผลักดันสู่ Smart City และตั้งเป้าหมายก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการรักษาพยาบาล (Medical Hub) ที่ทันสมัย ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมร่วมกับจังหวัดอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น Smart energy  ใช้พลังงานอย่างอัจฉริยะ  Smart environment  ใส่ใจสิ่งแวดล้อมนำไปสู่  Smart Health สุขภาพ  โดยอาศัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นมาเพิ่มความสุขสบายให้ชาวขอนแก่น ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย 4.0 ของรัฐบาล  
       รศ.พญ.ศิริรัตน์  อนุตระกูลชัย หัวหน้าโครงการป้องกันและชะลอโรคไตเรื้อรังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(Chronic Kidney Disease Prevention in the Northeast of Thailand: CKDNET) และโครงการนวัตกรรมเพื่อเฝ้าระวังและลดผลกระทบของมลภาวะสิ่งแวดล้อมต่อสุขภาพ ได้กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการว่า  ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญ กับปัญหาสภาวะแวดล้อมที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตัวกลางธรรมชาติ อย่าง ดิน น้ำ และอากาศ เริ่มรองรับไม่ไหว  เป็นผลให้เกิดปรากฏการณ์ฝุ่นพิษ PM 2.5  ตลอดจน โลหะหนัก สารหนู ที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำ  ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงร่วมมือกับรัฐบาล  จัดตั้ง “โครงการนวัตกรรมเพื่อเฝ้าระวังและลดผลกระทบของมลภาวะสิ่งแวดล้อมต่อสุขภาพ”  ภายใต้โครงการป้องกันและชะลอโรคไตเรื้อรังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือ CKDNET  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา และสร้างนวัตกรรมแก้ไขปัญหามลภาวะสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพ  รวมทั้งบำบัดตัวกลางทางธรรมชาติ
       ดร. ชวิศ ศรีจันทร์ อาจารย์ประจำ คณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และ Nano-electronics and Biomedical Innovation Center: NBIC Lab) ร่วมกับนักศึกษาที่กำลังศึกษาปริญญาตรีในรายวิชาสมองกลฝังตัว ได้พัฒนาการเชื่อมต่อระบบเซนเซอร์ที่วัดดัชนีคุณภาพอากาศ (air quality index; AQI) และปริมาณฝุ่นละอองฝอย (pm1, 2.5 และ 10) ที่แสดงผลแบบเรียลไทม์ในแอพพลิเคชั่น โดยมีทั้งรูปแบบที่แสดงค่าในมือถือของผู้ที่พกพาเซนเซอร์ และรูปแบบที่ติดตั้งบนรถสาธารณะและอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ทำให้ทราบค่าดัชนีคุณภาพอากาศและฝุ่นละอองฝอย ในตำแหน่งที่รถหรือโดรนเคลื่อนผ่าน ซึ่งคณะผู้วิจัยได้ทดลองติดตั้งเซนเซอร์ที่รถบัสสาธารณะในมหาวิทยาลัยขอนแก่น และประมวลผลเป็นภาพรวม
       ผศ.ดร.ชาติชาย  ไวยสุระสิงห์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์   วิเคราะห์และเฝ้าระวังการปนเปื้อนของสารในแหล่งน้ำ ดิน และในสัตว์น้ำ ด้วยการตรวจคุณภาพน้ำและนำข้อมูลที่เปิดเผยจากดาวเทียม มาประกอบเพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนมลภาวะที่เกิดขึ้น และ สทป. ได้ใช้โดรนทำแผนที่บริเวณที่ควรเก็บน้ำมาตรวจวัดคุณภาพ นอกจากนี้มีการพัฒนานวัตกรรมที่ทราบผลประเมินคุณภาพที่รวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย โดยทำเซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพน้ำและตรวจหาสาหร่ายไซยาโนแบคทีเรียผ่านกล้องของโทรศัพท์มือถือ และมีการเทียบค่ากับผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
        พร้อมกันนี้ รศ. นพ. ชาญชัย พานทองวิริยกุล รักษาการแทนอธิการบดี ได้มอบกล่องเซนเซอร์ สำหรับติดตั้งบนรถสาธารณะ ให้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น จำนวน 10 กล่อง เพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศ ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่น
        สำหรับแผนการดำเนินงานในอนาคตของโครงการ  ได้แก่ การทำแอพพลิเคชั่นที่แจ้งเตือนคุณภาพอากาศ ความเสี่ยงต่อสุขภาพและแนวทางป้องกัน เพื่อให้ประชาชนทราบวิธีดูแลสุขภาพของตนเอง และนำระบบเชื่อมต่อเซนเซอร์ที่เฝ้าระวังมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมไปใช้ในวงกว้าง และตรวจสุขภาพประชาชนในพื้นที่ที่สัมผัสกับมลภาวะ เพื่อป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงร่วมมือกับชุมชนในการดูแลคุณภาพของแหล่งน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่ ปลอดภัยต่อการอุปโภคและบริโภค นอกจากนี้โครงการได้วางแผนพัฒนาเครื่องสุขศาลา ให้อยู่ในรูปหุ่นยนต์ (robot) และสายรัดข้อมือ ที่สามารถคัดกรองโรคไต โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก

 

หมายเหตุข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

         โครงการป้องกันและชะลอโรคไตเรื้อรังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือ CKDNET ได้รับงบประมาณอุดหนุนทั่วไปจากรัฐบาลผ่านทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ดำเนินการป้องกันและลดโรคไต มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งการดำเนินงานได้ร่วมมือกับหลากหลายเครือข่ายและดำเนินงานครอบคลุมหลายภาคส่วน ได้แก่ การสร้างรูปแบบป้องกันโรคไตในเมืองและชนบท การจัดทำระบบเชื่อมต่อข้อมูลสารสนเทศ การอบรมบุคลากรทางการแพทย์และ อสม. การจัดทำสื่อในรูปแบบที่หลากหลายเพื่อให้เข้าถึงประชาชน การพัฒนาระบบดิจิตอลและนวัตกรรมเพื่อการคัดกรองและรักษาโรคไต โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และภาวะอ้วน (เช่น เครื่องสุขศาลา ที่สามารถประมาณค่าระดับน้ำตาลโดยไม่ต้องเจาะเลือด ค่าความดันเลือด ส่วนสูง น้ำหนัก ดัชนีมวลกาย และปริมาณไขมันในร่างกาย) รวมถึงอีกหนึ่งโครงการที่จะกล่าวถึงในวันนี้ ได้แก่ โครงการนวัตกรรมเพื่อเฝ้าระวังและลดผลกระทบของมลภาวะสิ่งแวดล้อมต่อสุขภาพ โดยได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์จากหลายคณะ ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์
         จากข้อมูลการศึกษาที่ผ่านมาทั้งในและต่างประเทศ และของโครงการฯ พบว่ามลภาวะสิ่งแวดล้อมทางอากาศ ดินและน้ำส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทางโครงการจึงได้พัฒนานวัตกรรมเพื่อเฝ้าระวังและลดผลกระทบดังกล่าว โดย นางสาวอุดมลักษณ์ เพียรสุขเวช นักวิจัยในโครงการฯ ได้พัฒนาการเขียนโปรแกรมเพื่อนำข้อมูลเปิดเผยในระบบดาวเทียมของนาซา (NASA) มาใช้ประโยชน์ทางสาธารณสุข พบว่าสามารถประมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ ทั้งอนุภาคขนาดเล็กกว่า 2.5 (particulate matter; pm2.5) และ 0.55 (pm0.55) ไมครอน รวมถึงแยกชนิดของฝุ่นละอองขนาดเล็ก เช่น อนุภาคคาร์บอนดำ ฝุ่นแร่ และแก็ซ เช่น ไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เป็นต้น และพบว่าปริมาณและการกระจายของอนุภาคเล็กๆนี้สัมพันธ์กับอัตราการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ อาทิ โรคในระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคไต
         นอกจากการเฝ้าระวังมลภาวะทางอากาศแล้ว นักวิจัยในโครงการซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจและพัฒนาคุณภาพแหล่งน้ำ จากคณะวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์และคณะเทคนิคการแพทย์ ได้วางแผนพัฒนาแหล่งน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยทางโครงการได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขื่อนอุบลรัตน์ และ สทป. เพื่อเฝ้าระวังและพัฒนาคุณภาพของแหล่งน้ำในพื้นที่อุบลรัตน์และบริเวณจังหวัดใกล้เคียง โดยวิเคราะห์และเฝ้าระวังการปนเปื้อนของสารในแหล่งน้ำ ดิน และในสัตว์น้ำ ด้วยการตรวจคุณภาพน้ำและนำข้อมูลที่เปิดเผยจากดาวเทียม มาประกอบเพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนมลภาวะที่เกิดขึ้น และ สทป. ได้ใช้โดรนทำแผนที่บริเวณที่ควรเก็บน้ำมาตรวจวัดคุณภาพ นอกจากนี้มีการพัฒนานวัตกรรมที่ทราบผลประเมินคุณภาพที่รวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย โดยทำเซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพน้ำและตรวจหาสาหร่ายไซยาโนแบคทีเรียผ่านกล้องของโทรศัพท์มือถือ และมีการเทียบค่ากับผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ

 

ภาพ / ข่าว : กองสื่อสารองค์กร