เริ่มต้นแล้ว...การก่อตั้งเครือข่ายต่อต้านการทุจริตภาคการศึกษาอีสาน
Fri 4 Jan. 2019

          สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา  คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  ได้จัดการจัดอบรมสัมมนา เรื่อง    โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.พรอัมรินทร์ พรหมเกิด อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ประธานโครงการจัดอบรมสัมมนา เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันในภาคการศึกษา เพื่อพัฒนาให้ความรู้แก่ผู้บริหารสถานศึกษา  ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา  เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต  และเครือข่ายภาคประชาสังคม มีผู้เข้าร่วมการสัมมนาจำนวน 140 คน เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2561 ณ ห้องประชุมสารสิน ชั้น 2 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น 

          รองศาสตราจารย์ ดร.พรอัมรินทร์ พรหมเกิด กล่าวว่า  การทุจริตคอร์รัปชันกำลังเป็นปัญหาร้ายแรงของประเทศ และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศชาติเป็นอย่างมาก  ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีองค์กรต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันหลายองค์กร  แต่การทุจริตคอร์รัปชันก็ยังคงทวีความซับซ้อนและมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง  ยังไม่มีมาตรการใดที่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง  สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทยมิได้เบาบางลง  การทุจริตคอร์รัปชันในภาคการศึกษา มีการรับรู้กันน้อยมากในทางสาธารณะ  แต่ส่งผลกระทบในด้านลึกต่อสังคมเป็นอย่างมาก   ผลการวิจัยพบว่า  การทุจริตคอร์รัปชันในภาคการศึกษาโดยเฉพาะกรณีรายใหญ่ๆ   ถือเป็นตัวการทำลายสังคมและประเทศชาติมากกว่าการทุจริตคอร์รัปชันในรูปแบบอื่นๆ   ส่งผลต่อเยาวชนในระยะยาว  เพราะหากเยาวชนมีทัศนคติโน้มเอียงไปในทางยอมรับความสำเร็จจากการคดโกง  ฉ้อโกงเสียแล้ว  นั่นหมายความว่าอนาคตของสังคมนั้นกำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง  การทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบในภาคการศึกษากรณีรายใหญ่ๆ  อาจนำไปสู่ความล้มเหลวของภาคการศึกษาได้  และจะตัดโอกาสที่ลูกหลานคนจนจะมีโอกาสได้รับการศึกษาที่สูงขึ้น  เพื่อถีบตัวเองออกจากวงจรแห่งความยากจน

          นายธนรรชน  พหลทัพ  อดีตนักวิชาการตรวจสอบภายในระดับชำนาญการพิเศษ  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยม เขตที่  24 กาฬสินธุ์  ได้กล่าวถึงผู้มีอิทธิพลในวงการศึกษาว่ามีอยู่จริง   ผู้มีอิทธิพลเหล่านี้มักเป็นผู้แสวงหาอำนาจ เช่น การเป็นผู้แทนครูใน อ.ก.ค.ศ. หรือเป็นกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครู หรือเป็นกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)  ผู้มีอิทธิพลเหล่านี้มีโอกาสในการทุจริตจากการจัดซื้อหนังสือ ตำรา วัสดุและครุภัณฑ์ทางการศึกษา หรือในระบบการบริหารงานบุคคลได้ง่าย

          นายเพิ่ม  หลวงแก้ว  อดีตผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายในคณะกรรมการคุรุสภา  ได้กล่าวถึงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันจากระบบการบริหารงานบุคคลว่า  การทุจริตเพื่อเรียกรับสินบนมีในทุกขั้นตอน  ตั้งแต่การวางแผนอัตรากำลัง  การกำหนดตำแหน่ง  และการจัดสรรอัตรากำลังที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์   โดยจะมีการจัดสรรอัตรากำลังในหน่วยงานที่เป็นพวกพ้องของตน  จากนั้นในขั้นตอนการสรรหาและสอบบรรจุแต่งตั้งครู   ก็จะเปิดช่องทางให้กับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯบางรายที่มีพฤติการณ์ทุจริต  ก็จะมีการใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยมิชอบ   ด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการแต่ละชุด  ซึ่งก็คือเครื่องมือหรือกลไกที่นำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันของผู้มีอำนาจ  และเป็นกระบวนการที่แยบยลมาก”

          นางสาววรัญญา  ศรีริน  นักวิจัยโครงการ “การศึกษาเครือข่ายกลุ่มอิทธิพลซึ่งนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบในภาคการศึกษา”  ได้กล่าวถึงผลการวิจัยที่พบ  ในเรื่องการบริหารระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูว่า  ในเขตพื้นที่หลายแห่งของภาคอีสาน โดยมีสาเหตุหลักจากการเป็นสถาบันการเงินที่มีจำนวนเงินมหาศาล และมีระบบการบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่ไม่โปร่งใส”

          ในตอนท้ายของการประชุมอบรมสัมมนา ได้มีการเสนอให้จัดตั้ง “เครือข่ายเพื่อต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในภาคการศึกษาของภาคอีสาน” ร่วมกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างองค์กรเครือข่ายภาคประชาสังคมที่นำไปสู่การลดการทุจริตคอร์รัปชันในภาคการศึกษา และเพิ่มปริมาณเครือข่ายเพื่อต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้ขยายครอบคลุมทุกจังหวัดของภาคอีสาน โดยจะใช้สื่อออนไลน์เพื่อการติดต่อประสานงานกับสมาชิก  และจะนำความรู้เรื่องการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันลงสู่โรงเรียนต่างๆ เพื่อปลูกจิตสำนึกเรื่อง “โตไปไม่โกง”  และให้มีการสนับสนุน “เครือข่ายคนดีสู้คอร์รัปชัน”  และการสนับสนุน “ปกป้อง เชิดชู คนดี”

ข่าว/ภาพ   :   รศ.ดร. พรอัมรินทร์  พรหมเกิด