COLAต้อนรับอนุกรรมาธิการฯสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในโอกาสดูงานบริษัทKKTS
Mon 5 Mar. 2018

         คณะอนุกรรมาธิการด้านการมีส่วนร่วมและการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยการนำของ นายชาญวิทย์ วสยางกูร ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล รวมถึงพิจารณาศึกษาปัญหาและอุปสรรคของการปกครองท้องถิ่น ทั้งในด้านนโยบาย ระบบกฎหมาย บุคลากร การเงิน และการบริหารจัดการ ตลอดจนรูปแบบของโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ที่เหมาะสม และกิจการอื่นที่ประธานคณะกรรมาธิการหรือคณะกรรมาธิการมอบหมาย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเชื่อมโยงกับอีกหลายภารกิจของวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น

          ดังนั้น ในวันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม 2561 เวลา 13.30-16.00 น.  นายชาญวิทย์ วสยางกูร ประธานคณะอนุกรรมาธิการ ด้านการมีส่วนร่วมและการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะอนุกรรมาธิการ 14 คน ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมวิทยาลัยและศึกษาดูงาน ในการรับฟังผลการดำเนินงานของบริษัทขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด (KKTS) วิสาหกิจ ของ 5 เทศบาลในจังหวัดขอนแก่น เกี่ยวกับการขับเคลื่อนโครงการรถไฟฟ้ารางเบาของคนขอนแก่น โดยมี รศ.ดร.ศุภวัฒนากร  วงศ์ธนวสุ  คณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น  และอาจารย์สุรเดช  ทวีแสงสกุลไทย รองคณบดี ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง ให้การต้อนรับพร้อมด้วย พลตรีชาติชาย  ประดิษพงษ์ ประธานกรรมการบริษัทขอนแก่นทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด นายปัญญา เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย รองประธานกรรมการบริษัทขอนแก่นทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด นายธวัชชัย วนาพิทักษ์กุล  ผู้อำนวยการส่วนการโยธา สำนักการช่าง เทศบาลนครขอนแก่น  และในโอกาสเดียวกัน รศ.ดร.พีรสิทธิ์ คำนวณศิลป์ ที่ปรึกษาคณบดีด้านวิจัยและกิจการระหว่างประเทศ และ ดร.ศิริศักดิ์  เหล่าจันขาม ได้นำนักศึกษาในโครงการต่อยอดการศึกษาแบบก้าวหน้า (4+1) จำนวน 40 คน เข้าร่วมเรียนรู้ในครั้งนี้ด้วย

          โดย รศ.ดร.ศุภวัฒนากร  วงศ์ธนวสุ คณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า “ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น ในฐานะที่เป็น “ผู้นำกิจการสาธารณะ” ในการบ่มเพาะ แนวคิดใหม่ ๆ สำหรับเมืองอัจฉริยะ รวมถึงริเริ่มและติดต่อกับหุ้นส่วนต่างๆ ในท้องถิ่น มีบทบาทในการเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจต่อภาคประชาสังคมเพื่อการก้าวเป็นขอนแก่นเมืองอัจฉริยะ (KhonKaen Smart City) ภายใต้การขับเคลื่อนของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership) และขอนแก่นโมเดล ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาการจราจรเท่านั้น แต่เป็นตัวแบบในการพัฒนาคน พัฒนาการศึกษา พัฒนาสิ่งแวดล้อม พัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาสังคมวัฒนธรรมไปพร้อมๆ กันอย่างเป็นองค์รวม การทำโครงการที่เน้น function- based เป็นการมองแบบองค์รวมและ มีลักษณะเป็น area-based ถ่ายทอดแนวคิด ประสบการณ์ พร้อมเสนอความท้าทายที่ต้องเอาชนะ”

          จากนั้น อาจารย์สุรเดช  ทวีแสงสกุลไทย รองคณบดีและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง ในฐานะ “คีย์แมนระบบรถรางไฟฟ้าโดยคนไทย สายแรกของประเทศ” ได้เล่าประวัติความเป็นมา กว่าจะมาเป็น บริษัทขอนแก่น ทรานซิท ซิสเต็ม จำกัด (KKTS) พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงการสร้างแรงบันดาลใจ และเชื่อมโยงให้ผู้คนทุกภาคส่วนของจังหวัดขอนแก่นออกไปสร้างความเปลี่ยนแปลง สร้างปรากฏการณ์พัฒนาระบบรถไฟรางเบา ด้วยกำลังคนท้องถิ่น “ขอนแก่นโมเดล” ให้เกิดขึ้น ทั้งระดับบุคคล ชุมชน สังคม ประเทศชาติ ซึ่งเป็นต้นแบบให้จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดอื่นๆเดินตาม และย้ำว่า “สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของขอนแก่นโมเดล คือการเปลี่ยนความคิดของคนไทย โดยระบบรถไฟรางเบา จะเกิดขึ้นโดยคนขอนแก่น ที่สร้างด้วยความรักในท้องถิ่น ผนวกกับมีความกล้าที่จะออกจากสิ่งที่เป็นอยู่ ด้วยความเชื่อและศรัทธา”

         “ในวันนี้มีบริษัทพัฒนาเมืองเกิดขึ้นแล้ว 15 จังหวัด จากการนำของ จ.ขอนแก่น และทั้ง 15 จังหวัดนี้ได้มาประชุมเพื่อวางแผนการพัฒนาร่วมกันแล้วที่วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น ดังนั้น สามารถกล่าวได้ว่า วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น เป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทพัฒนาเมืองทั้ง 15 จังหวัด และในเร็วๆ นี้ วิทยาลัยกำลังสร้างหลักสูตรการอบรมนักพัฒนาเมือง ที่ถอดบทเรียนของขอนแก่นโมเดลออกมา มีการเรียนรู้ด้านรัฐประศาสนศาสตร์ ด้านตลาดทุนทุน ด้านวิศวกรรม ด้านระบบขนส่ง ด้านการออกแบบผังเมือง และด้านอื่น ๆ เพื่อหล่อหลอมให้เป็นนักพัฒนาเมือง  และพาไปศึกษาดูงานสุดยอด Smart City ที่ประเทศสิงคโปร และที่เมือง Port Land ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์จริงด้วย”   อาจารย์สุรเดช  กล่าว

          รศ.ดร.พีรสิทธิ์   คำนวณศิลป์ คณบดีผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาด้านการวิจัยและกิจการระหว่างประเทศ เสริมว่า “ปัจจุบัน วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มีหลักสูตรการศึกษาที่ตอบโจทย์ และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะตามแนวคิดนี้ ด้วยหลักสูตร Smart City  คือ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต  กลุ่มวิชากิจการร่วมรัฐและเอกชน  ซึ่งเป็นหลักสูตรที่วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น ให้ความสำคัญกับการสร้างผู้บริหารยุคใหม่ เพื่อเข้าไปบริหารจัดการเมืองใน Concept ของ Smart City  ซึ่งเป็นรากฐานความมั่นคงของการพัฒนาประเทศเชิงบวก  สอดรับกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศไทยในยุค Thailand 4.0 อีกด้วย”

          นายชาญวิทย์ วสยางกูร ประธานคณะอนุกรรมาธิการ กล่าวสรุปว่า “หลังจากที่รับฟังข้อมูลมาตั้งแต่ต้น จนถึงตอนนี้ คณะศึกษาดูงานรู้สึกชื่นชมและประทับใจในการมาเยือนในครั้งนี้เป็นอย่างมาก และไม่คิดว่า จ.ขอนแก่นจะมาไกลถึงขนาดนี้ ซึ่งความตั้งใจเดิมที่เลือกมาศึกษาดูงานที่นี่ เพราะได้มีโอกาสไปราชการที่ จ.ภูเก็ตมา และ จ.ภูเก็ตเล่าให้ฟังเรื่อง CCTV เรื่องการรวมตัวกันของคนในท้องถิ่น ว่าเกิดขึ้นจากการเรียนรู้ต้นแบบของ จ.ขอนแก่น จึงเป็นความตั้งใจว่า ต้องพาคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ มาดูงานที่ จ.ขอนแก่น ให้ได้

          สิ่งหนึ่งที่คณะอนุกรรมาธิการฯ ชุดนี้กำลังทำ คือเรื่องของการศึกษาปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียในคลองแม่ขาว จ.เชียงใหม่  ลักษณะปัญหาคล้าย ๆ กับ จ.ขอนแก่น  คือ เชียงใหม่มีคลองน้ำเสียที่ไหลผ่านพื้นที่ 8 อปท. และมีปัญหาร้องเรียนตามมามากมาย ดังนั้นสิ่งที่คณะกรรมาธิการชุดนี้จะดำเนินการต่อหลังจากได้มาเรียนรู้ที่ จ.ขอนแก่นแล้ว คือ  1. ต้องชี้ให้คนใน จ.เชียงใหม่ มองเห็นว่า ปัญหาคลองน้ำเสียไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง ทั้งภาครัฐหรือเอกชน แต่เป็นปัญหาของคนทุกคนใน จ.เชียงใหม่ โดยต้องเริ่มสร้างความเข้าใจ สร้างความตระหนักร่วม ว่าทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น 2. การแก้ปัญหาลักษณะนี้ต้องแก้ด้วยสหการ ซึ่งตัวอย่างของสหการมีให้เห็นแล้วคือบริษัท KKTS ที่เกิดขึ้นแล้วที่ขอนแก่น และคณะทำงานจะขออนุญาตนำบทเรียนนี้ไปปรับใช้ที่ จ.เชียงใหม่  และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีโอกาสได้ร่วมงานกันในอนาคตอันใกล้นี้”  นายชาญวิทย์ กล่าวปิดท้าย

 

ภาพ/ข่าว   จิตรลัดดา  แสนตา