ม.ขอนแก่น ผนึก ม.ทสึคุบะ ญี่ปุ่น มุ่งพัฒนาภาคอีสานและ CLMV
Wed 11 Oct. 2017

          อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย  พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และนักวิจัย เข้าร่วมนำเสนองานวิจัย ในงานการประชุม Tsukuba Global Science Week 2017 (TGSW2017) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การสร้างความร่วมมือด้านการวิจัย ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศไทย ณ มหาวิทยาลัยทสึคุบะ ประเทศ ญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา
          รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย  อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้รับเกียรติจาก ทซึคุบะ เชิญร่วมประชุม Tsukuba Global Science Week 2017 (TGSW2017) ซึ่งเป็นการเจรจาความร่วมมือระหว่าง 2 มหาวิทยาลัย แบบทวิภาคี เพื่อจะช่วยกันขับเคลื่อนภูมิภาค CLMV ประกอบด้วย ประเทศกัมพูชา  ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งประเทศเหล่านี้มีพรมแดนเชื่อมกับประเทศไทย ทั้งยังมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ วัฒนธรรม คล้ายคลึงกันตลอดจนมีแนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่อง จึงเป็นกลุ่มประเทศที่มีนานาชาติสนใจเข้าไปลงทุน รวมทั้งเป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยจะนำงานวิจัยวิชาการเพื่อพัฒนากลุ่มประเทศเหล่านี้ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยทซึคุบะ ประเทศญี่ปุ่น
         “สิ่งหนึ่งที่เรามองไม่ใช่เพียงพัฒนาประเทศของเรา แต่ควรพัฒนาเพื่อนบ้านให้เติบโตไปพร้อมกัน การประชุมครั้งนี้  ได้นำเสนอให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมในการยกระดับกลุ่มประเทศเหล่านี้ รวมถึงคนอีสานให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  ดังที่งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ดำเนินการมา อาทิ การบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาด้านการศึกษา ด้านการรักษาพยาบาล เป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ในภูมิภาคอนุลุ่มน้ำโขง มีโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ โรงพยาบาลทันตกรรม ที่ได้ดูแลกลุ่มประเทศ CLMV ตลอดมาอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังส่งเสริมโครงการเศรษฐกิจชีวภาพกับกลุ่มประเทศดังกล่าวเพื่อผลักดันให้ CLMV เป็นครัวของโลกให้ได้ ซึ่งการแลกเปลี่ยนงานวิจัยครั้งนี้มั่นใจว่าด้วยความร่วมมือของ 2 มหาวิทยาลัย จะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้แข็งแรงขึ้น มีรายได้เพื่อใช้ชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพต่อไป”  
          ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยและพัฒนาวิชาชีพครูสำหรับอาเซียน มหาวิทยาลัยขอนแก่น  เผยว่า ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับปัญหาที่ไม่สามารถจัดการได้ด้วยตนเอง อาทิ สังคมสูงอายุ และประชากรแรงงานไม่สามารถทำงานได้เหมือนอดีต แต่จำเป็นต้องเดินหน้า เวลานี้ญี่ปุ่นจึงต้องการเพื่อนที่จะช่วยเหลือประเทศเขาให้ขับเคลื่อนต่อไป การประชุมครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยร่วมกับ มหาวิทยาลัยทสึคุบะ ประเทศญี่ปุ่น สร้างคนมีคุณภาพสูงออกไปทำงานแบบใหม่  เช่น สกัดสารอาหารจากพืชและสัตว์ออกมาใช้ในทางยา รวมทั้งพัฒนาด้านการศึกษา โดยแบบอย่างจากญี่ปุ่นที่สามารถนำการ์ตูนมาสร้างค่านิยม สร้างระบบคิด และการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจอย่างโดยเฉพาะในประเทศไทยที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหานี้  เพราะฉะนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่ระหว่าง มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับ มหาวิทยาลัยทสึคุบะ จะได้ร่วมมือกับนักวิจัยระดับแนวหน้า เพื่อประโยชน์แก่ทั้ง 2 ประเทศร่วมกัน
          การประชุม Tsukuba Global Science Week 2017 (TGSW2017) มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้รับเชิญให้นำเสนอผลงานการวิจัยเรื่อง ผลกระทบจากการ์ตูนญี่ปุ่นในสังคมไทย โดย ผศ.ดร.กีรติพร จูตะวิริยะ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ได้กล่าวถึงบทบาทของการ์ตูนญี่ปุ่นที่แฝงภาพการรับรู้วัฒนธรรม ค่านิยมและการเกิดแรงบันดาลใจ ผ่านการอ่านและรับชมการ์ตูนของคนไทย ทำให้คนไทยเกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อคนญี่ปุ่นในหลากหลายมิติ  
          ผศ.ดร.กีรติพร จูตะวิริยะ อาจารย์ประจำสาขาสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยว่า การ์ตูนญี่ปุ่นพัฒนาจาก มังงะ(หนังสือ) ไปสู่อนิเมะ (อนิเมชั่น) จากนั้นมักจะต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากการ์ตูนญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก กระทั่งมีผลต่อการรับรู้ ทำให้มีภาพลักษณ์ที่ดีต่อ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ สังคมญี่ปุ่น  ลักษณะนี้เรียกว่า ซอฟท์ พาวเวอร์ คือการกระทำด้วยเต็มใจ การใช้วิธีสอดแทรกเรื่องราวที่ดีผ่านการ์ตูน ทำให้ไทยเชื่อว่าคนญี่ปุ่น มีระเบียบ ขยัน อดทน ไม่ต่อต้าน แม้ในประวัติศาสตร์อดีตญี่ปุ่นเคยรบกับไทย กระทั่งปัจจุบันไทยมีอัตราการเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น เป็นประเทศติดอันดับเที่ยวญี่ปุ่นมากที่สุดในอันดับ 1-5 ของโลก เมื่อได้รับการยอมรับเชิงวัฒนธรรม มักมีผลต่อการใช้สินค้าต่างๆ มีผลต่อการกระตุ้นทั้งระบบ ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม  หมายความว่าญี่ปุ่นใช้การ์ตูนขับเคลื่อนค่านิยมในประเทศไทยสำเร็จ
          การเข้าร่วมงานในครั้งนี้เป็นการส่งผลดีต่อมหาวิทยาลัยขอนแก่นและมหาวิทยาลัยสึคุบะ ซึ่งเป็นตัวอย่างของความร่วมมือของประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น ที่ก่อเกิดประโยชน์ต่อประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ร่วมถึงอาจารย์ นักวิจัย และบุคลากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็มีโอกาสที่จะทำงานกับนักวิจัยในระดับแนวหน้าของโลกที่มหาวิทยาลัยสึคุบะ  เป็นการสร้างสรรค์งานวิจัยร่วมกันเพื่อนำไปพัฒนาประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นต่อไป
          นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยทสึคุบะ ได้เชิญผู้บริหารและอาจารย์นักวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์  คณะแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  คณะเกษตรศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์และวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้าร่วมงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เจรจาความร่วมมือระหว่าง 2 มหาวิทยาลัยในสาขาวิชาวิชาต่างๆ รวมไปถึงได้เข้าศึกษาดูงานในหน่วยงาน และคณะวิชาต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยทสึคุบะอีกด้วย

 

 

 

อนุเคราะห์ตรวจทานข่าว : อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ข่าว/ภาพ : จิราพร ประทุมชัย / ณัฐพงษ์ ชำนาญเอื้อ