ศิลปกรรมสัญจรสู่ชุมชน ณ เรือนจำกลางขอนแก่น
Fri 8 Sep. 2017

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้ต้องขัง ชาย  - หญิง ณ เรือนจำกลางขอนแก่น เพื่อเป็นโอกาสในการนำความรู้ความสามารถที่ได้ศึกษาเล่าเรียนออกไปประกอบอาชีพหลังจากพ้นโทษ โดยโครงการนี้ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายปี ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในปีที่ผ่านมาทางคณะฯได้จัดนักศึกษาและอาจารย์ทางด้านดนตรีพื้นเมืองเพื่อช่วยฝึกฝนและก่อตั้งวงดนตรีพื้นเมืองของทางเรือนจำขอนแก่นเอง และก็ประสบผลสำเร็จสามารถก่อตั้งวงดนตรีพื้นเมืองได้อย่างตั้งใน   และในปีนี้ทางคณะฯได้เข้าช่วยถ่ายทอดความรู้ความสามารถให้กับผู้ต้องขังอีกครั้งซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลายออกไป เช่น การวาดภาพเหมือน การออกแบบแพคเกจผลิตภัณฑ์ การจัดนิทรรศการผลงานถนนศิลปะหรืออาร์ทเลนภายในเรือนจำ และการถ่ายทอดเพลงดนตรีพื้นเมืองอีก 3 เพลงใหม่  การดำเนินการเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมาและในวันนี้ 8 กันยายน 2560 เป็นพิธีปิดโครงการ “ศิลปกรรมสัญจรสู่ชุมชน”

พิธีปิดโครงการเริ่มต้นเมื่อเวลา 9.00 น. โดย รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ได้เดินทางไปเป็นประธานปิดโครงการ พร้อมทั้งมีการกล่าวรายงานความเป็นมาจากประธานโครงการ อ.ดร.ปรีชาวุฒิ อภิระติง รองคณบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์  และได้รับเกียรติจากผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขังและหัวหน้าฝ่ายการศึกษาและพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง ให้การต้อนรับ จากนั้น  รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ ได้มอบเกียรติบัตรให้กับผู้ต้องขังที่เข้าร่วมโครงการทั้งในด้านของการวาดภาพ ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และด้านการแสดงดนตรีพื้นเมือง พร้อมทั้งถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึกและได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการที่ทางผู้ต้องขังได้จัดแสดงไว้

ด้าน อ.ดร.ปรีชาวุฒิ อภิระติง ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ประโยชน์ของการถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ต้องขังครั้งนี้ ใช้หลักการทางศิลปะซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ เป็นการช่วยในระบบ วิธีคิด การค้นหา  การสังเคราะห์ข้อมูล ออกมาเป็นงานสร้างสรรค์ นำมาถ่ายทอดให้ผู้ฝึกฝน เพื่อกระตุ้นเตือนเรื่องจิตสำนึก  รวมทั้งผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นงานสร้างสรรค์ด้านศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นด้านดนตรี งานวาดเส้น และอื่นๆ โดยใช้หลักสูตรแบบย่อพร้อมทั้งปรับให้เหมาะสมในเรื่องของเวลา และพื้นฐานของผู้เรียน ให้จบในระยะเวลาที่กำหนด”

นายภารดร เสมาเพชร เป็นอาจารย์ผู้ฝึกสอนอีกหนึ่งท่านที่ได้เข้าไปให้ความรู้และถ่ายทอดเทคนิคการวาดภาพ ได้กล่าวว่า “ผู้ที่เข้าร่วมอบรมส่วนหนึ่งมีพื้นฐานการวาดรูปมาก่อน จึงได้เน้นทักษะการวาดรูปเหมือนและรูปล้อเลียนให้ดีขึ้น และอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้มีส่วนร่วมถ่ายทอดความรู้คือการวาดภาพสามมิติ ซึ่งหลังจากที่ผู้ต้องขังใช้ศิลปะถ่ายทอดออกมาผ่านสื่อต่างๆ อารมณ์ของคนเหล่านั้นจะสงบนิ่งขึ้น มีสมาธิเพิ่มมาก สามารถขัดเกลาจากคนอารมณ์ร้อนให้สามารถมีสติและสมาธิ คิดก่อนทำได้ดีอย่างมาก”