มข.กรองผู้ป่วยโรคตับ ไฮเทคแจ้งผลเรียลไทม์ หวังลดอัตราผู้เสียชีวิต
Sun 16 Jul. 2017

          เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2560 เวลา 10.00 น. มูลนิธิรักษ์ตับ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดโครงการให้ความรู้เนื่องในวันตับอักเสบโลก (World Hepatitis Day) “รู้ทันภัยร้ายห่างไกลโรคตับ ปีที่ 8ครั้งที่ 67” โดยมี รศ.ดร.เกรียงไกร กิจเจริญ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นประธานการเปิดงาน พร้อมด้วย คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคตับทุกสาขา ตลอดจน พยาบาล เภสัชกร นักกายภาพบำบัดและนักโภชนาการในการนี้มีประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 800 คน ณ ห้องประชุมมิตรภาพ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
          โครงการให้ความรู้เนื่องในวันตับอักเสบโลก (World Hepatitis Day) “รู้ทันภัยร้ายห่างไกลโรคตับ ปีที่ 8” มีวัตถุประสงค์เพื่อ รณรงค์ให้ความรู้ประชาชนเรื่องโรคตับ รวมไปถึงการดูแลรักษา ป้องกันโรคตับแบบครบวงจร  รวมไปถึงการสนับสนุนให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษา และขจัดโรคตับให้หายจากสังคมไทยตามนโยบายขององค์การอนามัยโลก
          รศ.ดร.เกรียงไกร กิจเจริญ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นกล่าวว่า โครงการนี้มีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดของสมาพันธ์ตับอักเสบโลก(World Hepatitis Alliance) ซึ่งเป็นองค์กรพันธมิตรเอกชนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบทั้งบีและซี มีอยู่ประมาณ 280 กลุ่มทั่วโลก โดยมีนโยบายการจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้และช่วยเหลือผู้ป่วยโรคตับอักเสบต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 9 ปี ซึ่งมูลนิธิรักษ์ตับ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดกิจกรรมวันตับอักเสบโลก(World Hepatitis Day) คู่ขนานไปกับสมาพันธ์ตับอักเสบโลกมาโดยตลอด ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 8ครั้งที่ 67 โดยความร่วมมือกับโรงพยาบาลทุกจังหวัดในภาคอีสาน ซึ่งเป็นเครือข่ายของการทำกิจกรรมวันตับอักเสบโลกทุกปี
          “โรคไวรัสตับอักเสบบีและซีถือเป็นโรคเรื้อรังและทำให้เกิดความสูญเสียต่อครอบครัวและประเทศชาติหากไม่รู้จักการป้องกันและรักษา ฉะนั้นการจัดประชุมในลักษณะนี้จึงเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์  เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระในด้านวิชาการทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รู้ถึงการป้องกันและการดูแลรักษาตัวเองให้ปลอดภัยจากโรคไวรัสตับอักเสบ และยังได้สัมผัสกับผู้ป่วยจริงซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซี เพื่อหากลุ่มเสี่ยง และสามารถทำเดินการรักษาได้อย่างทันท่วงที” รศ.ดร.เกรียงไกรกล่าว
          อ.พญ.ธนิตา สุทธิชัยมงคล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยว่า ในภาคอีสานประชาชนทุกๆ 10 คน จะตรวจพบว่าเป็นไวรัสตับอักเสบ 1 คน โดยพบว่ามีอัตราการติดเชื้อจากโรคตับอักเสบสูงกว่าโรคติดเชื้อชนิดอื่นที่อันตราย เช่น โรคเอดส์ หรือ โรคมะเร็งบางชนิด นอกจากนั้นโรคตับอักเสบยังเป็นสาเหตุของโรคตับแข็งตับวายและเนื้องอกในตับซึ่งมีผลต่อตัวผู้ป่วยทั้งในด้านการรักษาและค่าใช้จ่าย การทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน  แต่กลับพบว่าประชาชนกลับตื่นตัวและให้ความสนใจในการป้องกันและรักษาโรคตับอักเสบน้อยมาก โดยประชาชนส่วนใหญ่ยังคิดว่าโรคตับอักเสบเป็นเรื่องที่ไกลตัว และยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนถึงการแพร่เชื้อ การรักษาและการป้องกัน
          “กิจกรรมครั้งนี้มีการตรวจสุขภาพเบื้องต้น เจาะเลือดเพื่อตรวจไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี ตรวจการทำงานของตับ ตรวจความยืดหยุ่นของตับด้วยเครื่องไฟโบรสแกน เครื่องอัลตราซาวด์ และรับฟังการบรรยายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคตับ พยาบาล เภสัชกร นักกายภาพบำบัดและนักโภชนาการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม   ทั้งนี้ข้อมูลของผู้ป่วยจะถูกเก็บไว้ในโปรแกรม และรายงานผลแบบเรียลไทม์ ประชาชนภายในงานจะสามารถรู้ได้ทันทีว่าตนมีเชื้อไวรัสตับอักเสบหรือไม่ นอกจากนี้ข้อมูลประวัติผู้ป่วยดังกล่าวจะถูกเชื่อมโยงไปยังสาธารณสุขจังหวัดและระดับท้องถิ่นเพื่อบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วนใช้ในการรักษาโรคเพื่อยกระดับสุขภาพของประชาชนต่อไป”
          ร.ต.มานะ พันธ์ไพศาล อายุ 62 หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการเผยว่า ตนเองเข้าร่วมโครงการ รู้ทันภัยร้ายห่างไกลโรคตับ ตั้งแต่ ปี 2559 ซึ่งการมาร่วมกิจกรรมครั้งนั้นทำให้ทราบว่าตนเองเป็นกลุ่มเสี่ยงโรคตับอักเสบและเข้ารับการรักษาทันทีหลังจากทราบผล ปัจจุบันผลการรักษาและสุขภาพดีขึ้นตามลำดับ“เราเข้ามาร่วมกิจกรรมตั้งแต่ปีที่แล้วเพราะอยากได้ความรู้ แต่เมื่อตรวจคัดกรองพบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสภาวะตับอักเสบ แพทย์จึงตัดชิ้นเนื้อตับไปตรวจสอบ พบว่าไม่เป็นเนื้อร้ายแต่ขณะเดียวกันต้องรักษาอาการสภาวะตับอักเสบ โดยต้องมาพบแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน  และรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์  ซึ่งหลังจากเวลาผ่านไป 6 เดือน สุขภาพเราดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่อ่อนเพลียง่าย  ฉะนั้น จึงอยากเชิญชวนประชาชนทั่วไป  มาร่วมโครงการ เพราะหากเราทราบว่าเราเป็นกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ แพทย์ย่อมสามารถรักษาได้ทันท่วงที และโอกาสมีชีวิตที่ยืนยาวก็จะตามมาด้วย”ร.ต.มานะ กล่าว
           ทั้งนี้ องค์กรอนามัยโลกได้กำหนดให้วันที่ 28 ก.ค. ของทุกปี เป็น “วันตับอักเสบโลก” (World Hepatitis Day) ซึ่งโรคตับอักเสบเป็นภาวะที่มีการอักเสบ โดยเกิดการทำลายของเซลล์ตับ ทำให้การทำหน้าที่ของตับผิดปกติ อาการแสดงพบได้ตั้งแต่ไม่มีอาการ หรือมีอาการ เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง ผลลัพธ์ของตับอักเสบเรื้อรังพบได้ทุกวัยทั้งชายและหญิง ส่วนใหญ่เป็นโรคตับอักเสบเฉียบพลัน ส่วนน้อยอาจเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง คือ โรคตับแข็ง โรคตับวาย มะเร็งตับ ทั้งนี้หากตรวจพบเร็วก็สามารถรักษาให้หายได้ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://www.thaihepatitisalliance.com/mainpage